Search

เมน

หน้าแรก
  ----------------------------------------------------
     ประวัติความเป็นมา
  
----------------------------------------------------
     กฏข้อบังคับสมาคมฯ
  ----------------------------------------------------
     คณะกรรมการสมาคมฯ

  ----------------------------------------------------
   ผลงานต่อเรือจากของสมาชิก
  ----------------------------------------------------
สมาชิก
     สมาชิกสามัญ 1
  ----------------------------------------------------
     สมาชิกสามัญ 2
  ----------------------------------------------------
     สมาชิกวิสามัญ

  ----------------------------------------------------
กลุ่มอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ
  ----------------------------------------------------
     พิธีสถาปนา
  ----------------------------------------------------
     หลักการและเหตุผล
  ----------------------------------------------------
     กฎระเบียบบังคับสภาฯ
  
----------------------------------------------------
     รายชื่อสมาชิก
  ----------------------------------------------------
     รายงานประชุมของกลุ่มที่ 41
  ----------------------------------------------------
    
 ยุทธศาสตร์และแผนงาน
          สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม
  ----------------------------------------------------
บทความเกี่ยวเนื่องศักยภาพต่อเรือ
  ----------------------------------------------------
      Yachts to call Our Own
  ----------------------------------------------------
      บทความชงคลังปลุกศักยภาพ

  ----------------------------------------------------
ISMED
  ----------------------------------------------------
     ความเป็นมาของโครงการ
  ----------------------------------------------------
     โครงการพัฒนาศูนย์วิเคราะห์
         ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมต่อเรือ
  ----------------------------------------------------

     โครงการสนับสนุนการต่อเรือใน
         ประเทศ เพื่อพัฒนากองเรือ
         ขนส่งชายฝั่งของไทย
 
  ----------------------------------------------------
      สมัครสมาชิก
  ----------------------------------------------------
     ติดต่อสมาคมฯ
  
----------------------------------------------------


บริการข้อมูลข่าวสาร
 เอกสารประชุม

 
 
 
ลิงค์ราชการ
 กระทรวงคมนาคม
 กระทรวงอุตสาหกรรม
 
 
 
 
จำนวนผู้เข้าชม
Free Website Counter
Update : 25 Jul 12
 
 
 


สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย
เวลาทำการ 07.30-16.30 น.
Tel: 0-2452-1266, 0-2840-2110 Fax: 0-2452-1267

Email: thaiship_tsba@yahoo.com
ประวัติความเป็นมา
     อุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศไทยมีความเจริญมาแล้วไม่แพ้ประเทศอื่นในเอเชียเพราะประเทศอุดมสมบูรณไปด้วยไม้พันธุ์
พันธุ์ไม้หลายชนิดที่เหมาะแก่การต่อเรือดังนั้นจึงปรากฎว่ามีการต่อเรือรบและเรือสินค้าไทยมาตั้งแต่โบราณเรือเดินสมุทรที่ต่อระยะ
แรกส่วนใหญ่เป็นเรืสำเภาแบบจีน (่Junk) โดยมีผู้ควบคุมต่อเรือเป็นชาวจีน ส่วนช่างลูกมือเป็นคนไทย
การต่อเรือในสมัยอยุธยา
     การต่อเรือกำปั่นแบบฝรั่งเริ่มในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถโดยได้ทรงขอให้ประเทศฮอลันดาส่งช่าง
ต่อเรือ และเครื่องมือเครื่องใช้มายังประเทศไทย
• เพื่อต่อเรือกำปั่นอย่างฝรั่งขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ และได้เริ่มมี การเรือกำปั่นแบบฝรั่งแบบ 2 เสา (Brig) และ 3 เสา เมื่อ 1 กันยายน พุทธศักราช 2151 และอุตสาหกรรมต่อเรือได้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาจน
ถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้มีหลักฐานว่า ได้้มีการต่อเรือกำปั่น แบบฝรั่งที่กรุงศรีอยุธยาและที่ี่เมืองมะริดโดยจดหมายเหตุของบาท
หลวงเดอชัวรีกล่าวไว้ว่า“พระเจ้ากรุงสยามทรงมีพระราชดำริสร้างเรือ
กำปั่นแบบฝรั่ง มีกำปั่น กว้านเอาลงน้ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ 3 ลำ”
     สมัยกรุงศรีอยุธยานับเป็นยุคที่อุตสาหกรรมต่อเรือของไทยเจริญรุ่งเรืองมีการต่อเรือเดินสมุทรทั้งสำเภาแบบจีน และกำปั่นแบบ
ฝรั่งเพื่อใช้เป็นเรือหลวงซึ่งเป็นเรือค้าขายด้วยและมีหลักฐานว่ามีการจัดตั้งโรงต่อเรือสินค้าเพื่อส่งออกไปยังขายยังต่างประเทศนับ
ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ทำใ้ห้เราได้ดีมาสู่ประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
การต่อเรือในสมัยกรุงธนบุรี
     ในสมัยกรุงธนบุรีได้มีการใช้ประโยชน์จากเรืออย่างจริงจังในราชการสงคราม โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรให้ต่อเรือ
สำเภาแต่ขนาดย่อมกว่าที่ใช้แล่นในทะเลบรรทุกทหารไปตามแม่น้ำจนสามารถยึดกรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่าได้
การต่อเรือในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
    สมัยรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยได้ติดต่อค้าขายกับประเทศอื่นมากที่สุด โดยใช้เรือสำเภาแบบ
จีน ซึ่งส่วนใหญ่ต่อที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2361 คนไทยมีขีดความสามารถต่อเรือขนาดใหญ่ 1,000 ตัน ได้ถึงปีละ 6 – 8 ลำ ในรัชสมัย
พระบาลสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เริ่มยุคเรือกลไฟโดยตัวเรือต่อด้วยไม้ และเครื่องจักรไอน้ำส่งจากต่างประเทศ มาติดตั้งผู้ที่มี
ีชื่อเสียงในการต่อเรือในสมัยนั้นมักจะเป็นขุนนางในตระกูลบุนนาค โดยมีที่ปรึกษาเป็นชาวต่างประเทศ
อู่เรือในยุคแรกอู่เรือที่ต่อเรือในสมัยรัตนโกสินทร์
  • อู่ของทหารเรือตรงข้ามท่าราชวรดิษฐ์บริเวณด้านใต้วัดระฆังโฆษิตา
    รามซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ
    วันที่ 9 มกราคม 2433ปัจจุบันคือ ที่ตั้งของกรมอู่ทหารเรือ
  • อู่ของข้าราชการ ได้แก่อู่ที่บ้านสมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
  • อู่ของบริษัทเอกชนได้แก่ Bangkok Dock ปัจจุบันคือ อู่กรุงเทพ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกองทัพเรือ
ผลงานการต่อเรือในอดีต
  •  เรือกลไฟลำแรก ต่อเมื่อ พ.ศ. 2308 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเรือตัวเป็นไม้ยาว 75 ฟุต กว้าง 20 ฟุต เครื่องจักร 15 แรงม้า
  •  เรือรบลำแรก ต่อเมื่อ พ.ศ. 2441 โดยรมอู่ทหารเรือ ตัวเรือทำด้วย ไม้โครงเหล็กเป็นเรือยาว 113 ฟุต กว้าง 16 ฟุต ระวางขับน้ำ 200 ตัน เครื่องจักร 171 แรงม้า ความเร็ว 7 นอต
  •  เรือรบชุดแรก 4 ลำ เมื่อ พ.ศ. 2470 เป็นเรือยนต์ตอร์ปิโด ( Coastal Motor Torpedo Boat ) ต่อด้วยไม้ยาว 17 เมตร ความเร็ว40นอตเรือรบตัวเรือเหล็กลำแรกต่อขึ้นที่กรมอู่ทหารเรือเมื่อ พ.ศ. 2499 เป็นเรือตอร์ปิโดเล็ก ขนาดระวางขับน้ำ 140 ตัน ยาว 42.3 เมตร กว้าง 4.6 เมตร ความเร็ว 18 นอต รัศมีทำการ 360 ไมล์
อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือของไทยในปัจจุบัน

ปัจจุบันผู้ประกอบกิจการอู่ต่อเรือ ซ่อมเรือ   และกิจการที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 260 ราย อู่เหล่านี้มีกระจายอยู่
ตามลำน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และตามแนวชายฝั่งของประเทศทั้งอ่าวไทย และชายฝั่งอันดามัน
และช่องแคบมะละกา ขีดความสามารถในการต่อเรือและซ่อมเรือของอู่เรือไทย อู่เรือไทยแบ่งตามขีดความสามารถในการต่อเรือออกได้เป็น
อู่ขนาดเล็ก อู่เรือขนาดกลาง และอู่เรือขนาดใหญ่ ที่ใช้ภายในประเทศเป็นหลัก เป็นอู่เรือส่วนใหญ่ของประเทศ 3 กลุ่ม คือ
1.    อู่เรือขนาดเล็ก  มีขีดความ สามารถในการต่อเรือและซ่อมเรือขนาดเล็กกว่า 500 ตันกรอสอู่เรือกลุ่มนี้ให้บริการต่อและซ่อมเรือไม้ เช่น เรือประมง

2. อู่เรือขนาดกลาง มีขีดความสามารถในการต่อเรือและซ่อมเรือ   ขนาดตั้งแต่ 500 – 4,000 ตันกรอส เป็นกลุ่มที่มีศักยาภาพในการต่อและซ่อมเรือเหล็ก  เรืออลูมิเนียม และเรือไฟเบอร์กลาส ส่วนมากจะตั้งอยู่ใน เขตกรุงเทพและปริมณฑล
3.   อู่เรือขนาดใหญ่
 มีขีดความสามารถในการต่อเรือและซ่อมเรือตั้งแต่ 4,000 ตัน กรอส ขึ้นไป กลุ่มนี้มีที่ตั้งอยู่ทั้งในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการและชลบุรี เป็นกลุ่มที่มีเทคโนโลยีสูงและสามารถประกอบกิจการด้านอื่นที่ไม่ใช่ต่อเรือและซ่อมเรือ เพียงอย่างเดียวเนื่องจากมีเครื่องจักร และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่พร้อมอยู่แล้ว เช่น งานด้านโครงสร้างเหล็กสะพาน แท่นขุดเจาะและอื่น ๆ
ความสำคัญของอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ

อุตสาหกรรมต่อและซ่อมเรือกับการสร้างงาน อุตสาหกรรมต่อและซ่อมเรือเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ทั้งช่างฝีมือและแรงงานทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมต่อและซ่อมเรือเอง และในส่วนของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อาิทิ งานโครง สร้างโลหะสะพาน ฐานแทนขุดเจาะและสำรวจน้ำมันและปั้นจั่น เป็นต้น ตลอดจนอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือกับการสร้างรายได้้เรือแต่ละลำมีมูลค่ามหาศาลอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือจึงสร้างรายได้จำนวนมหาศาล จากการต่อเรือ และการซ่อมบำรุงเรือ
ตลอดจนการผลิตวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในเรือ อุตสาหกรรมต่อเรือ และซ่อมเรือที่มีศักยภาพ และประสิทธิภาพจะช่วยการ
สกัดกั้นการสูญเงินตราออกนอกประเทศ จากการที่ต้องซื้อหรือนำเข้าเรือ หรือต้องส่งเรือไปซ่อมทำในต่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของ
การขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศ ขณะเดียวกัน การได้งานต่อเรือจากต่างประเทศเข้ามาทำ จะเป็นการนำเงิน
ตราจากต่างประเทศเข้าประเทศอีกด้วย อุตสาหกรรมต่อและซ่อมเรือกับการขนส่งทางทะเล อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือช่วย
สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศด้วยการต่อและซ่อมเรือที่ใช้ในกิจการ
ดังกล่าว
อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือกับความมั่นคงของประเทศ
อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือนั้น ประเทศทั่วโลกยอมรับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ เกี่ยวเนื่องกับ การป้องกันประเทศ
(Defense Related Industry) เพราะจะทำให้การสนับสนุนประเทศด้านความมั่นคง และเศรษฐกิจ ในยามสงครามอุตสาหกรรม
สนับสนุนและเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ประกอบด้วยอุตสาหกรรมที่่เกี่ยวเนื่อง ทั้งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ
กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งมีความสำคัญต่อต้นทุน และคุณภาพในการผลิต การสนับสนุน การส่งเสริม และทิศทางของตลาด
อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ
อุตสาหกรรมต้นน้ำ
อุตสาหกรรมต้นน้ำ เป็นอุตสาหกรรมที่มีส่วนในการกำหนดต้นทุนและคุณภาพการต่อและซ่อมเรือของไทย ส่วนใหญ่ไม่เข้มแข็ง
จำต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก สี/เคมีภัณฑ์ การหล่อโลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์เดินเรือ 
และเครื่องมือสื่อสาร ทำให้อู่เรือควบคุมต้นทุน/คุณภาพลำบาก ยกเว้นอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์
ที่ค่อนข้างจะเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง และช่างไทยมีฝีมือด้านทำเฟอร์นิเจอร์อยู่บ้าง
อุตสาหกรรมกลางน้ำ
อุตสาหกรรมกลางน้ำ เป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ เช่น สถบันการเงิน และสถาบันการศึกษา
ปัจจุบันยังไม่มีบทบาทมากนักในการสนับสนุนและส่งเสริม อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน
ยังไม่มีความเข้าใจในอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ รวมถึงกิจการขนส่งทางทะเล
อุตสาหกรรมปลายน้ำ
อุตสาหกรรมปลายน้ำ เป็นอุตสาหกรรมซึ่งมีส่วนในการกำหนดทิศทางตลาด กล่าวคือ ประเภทของเรือและขนาดเรือ ได้แก่ ธ
ธุรกิจการท่องเที่ยวทางน้ำ การขุดเจาะน้ำมัน/แก๊ส การขนส่งทางทะเล การประมง ซึ่งยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนยกเว้นธุรกิจ
การนำเข้า และส่งออกสินค้าระหว่างประเทศเท่านั้นที่มีบทบาทในการกำหนดตลาดลูกค้าของอู่เรือ

 
spaceim
Thai Shipbuilding And Repairing Association 96/67-68, M.9, RAMA 2 Soi 30 Km. 3, Thonburi-Parkthor, Bangmod, Jomthong,
Bangkok 10150 Thailand Tel: 0-2452-1266, 0-2840-2110 Fax: 0-2452-1267 Email: thaiship_tsba@yahoo.com