Search

เมน

หน้าแรก
  ----------------------------------------------------
     ประวัติความเป็นมา
  
----------------------------------------------------
     กฏข้อบังคับสมาคมฯ
  ----------------------------------------------------
     คณะกรรมการสมาคมฯ

  ----------------------------------------------------
   ผลงานต่อเรือจากของสมาชิก
  ----------------------------------------------------
สมาชิก
     สมาชิกสามัญ 1
  ----------------------------------------------------
     สมาชิกสามัญ 2
  ----------------------------------------------------
     สมาชิกวิสามัญ

  ----------------------------------------------------
กลุ่มอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือ
  ----------------------------------------------------
     พิธีสถาปนา
  ----------------------------------------------------
     หลักการและเหตุผล
  ----------------------------------------------------
     กฎระเบียบบังคับสภาฯ
  
----------------------------------------------------
     รายชื่อสมาชิก
  ----------------------------------------------------
     รายงานประชุมของกลุ่มที่ 41
  ----------------------------------------------------
    
 ยุทธศาสตร์และแผนงาน
          สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม
  ----------------------------------------------------
บทความเกี่ยวเนื่องศักยภาพต่อเรือ
  ----------------------------------------------------
      Yachts to call Our Own
  ----------------------------------------------------
      บทความชงคลังปลุกศักยภาพ

  ----------------------------------------------------
ISMED
  ----------------------------------------------------
     ความเป็นมาของโครงการ
  ----------------------------------------------------
     โครงการพัฒนาศูนย์วิเคราะห์
         ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมต่อเรือ
  ----------------------------------------------------

     โครงการสนับสนุนการต่อเรือใน
         ประเทศ เพื่อพัฒนากองเรือ
         ขนส่งชายฝั่งของไทย
 
  ----------------------------------------------------
      สมัครสมาชิก
  ----------------------------------------------------
     ติดต่อสมาคมฯ
  
----------------------------------------------------


บริการข้อมูลข่าวสาร
 เอกสารประชุม

 
 
 
ลิงค์ราชการ
 กระทรวงคมนาคม
 กระทรวงอุตสาหกรรม
 
 
 
 
จำนวนผู้เข้าชม
Free Website Counter
Update : 25 Jul 12
 
 
 


สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย
เวลาทำการ 07.30-16.30 น.
Tel: 0-2452-1266, 0-2840-2110 Fax: 0-2452-1267

Email: thaiship_tsba@yahoo.com
ข้อบังคับ
สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย
           สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้าพ.ศ.2509และอยู่ในความควบคุมของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้า
ประจำกรุงเทพมหานคร
หมวดที่ 1 บทความทั่วไป
ข้อ 1. ชื่อของสมาคมการค้า 
สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า “สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย”เขียน ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า
“THAI SHIPBUILDING AND REPAIRING ASSOCIATION ” เรียกชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ ไทยชิบบิลดิ้ง แอนด์ รีแพริ่งแอสโซซิเอชั่น
” คำว่า “ สมาคม ”ต่อไปในข้อบังคับนี้ให้หมายถึง “ สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ”
ข้อ 2. สำนักงานของสมาคมฯ 
สำนักงานของสมาคมนี้ตั้งอย ู่ ณ เลขที่ 96/67- 68 หมู่ 9 ถ.พระราม 2 ซ.30 (ธนบุรี-ปากท่อ) กม.3
แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150
ข้อ 3. ตราสมาคม 
ตราของสมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็น รูปอักษตัว ยู ส่วนบนของทั้งสองข้างถูกตัดขาดจากส่วนที่บานรูปตัวยูมีช่องว่าง
ระหว่างกลางและมีลักษณะเป็นธงชาติไทยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในแนวตั้ง ส่วนโค้งฐานตัวย แบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยเส้น 2 เส้น ตามแนวโค้ง
เหมือนกับส่วนฐานด้านล่างภายในส่วนโค้งด้านบนบรรจุข้อความ “ สมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ” และภายในด้านล่าง และบรรจุ
ข้อความภาษาอังกฤษว่า “ THAI SHIPBUILDING AND REPAIRING ASSOCIATION ” ตรงกลางเป็นรูปเรือมองจากด้านหน้ามีภาพตัว
เรือ สะพานเดินเรือและเสากระโดงเรือและมีรูปแผนที่ประเทศไทยอยู่ตรงกลางของตัวเรือ
หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ สมาคมนี้มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
     1.ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการสร้างซ่อมบำรุงเรือซึ่งทำด้วยวัสดุทุกชนิด
     2.สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆรวมทั้งเจราจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันใน
การประกอบวิสาหกิจของสมาชิสอดส่องและตลอดจนความเคลื่อนไหวของตลาดการค้า เกี่ยวกับสินค้าที่สมาชิกประกอบวิสาหกิจทั้งภาย
ในและ ภายนอกประเทศเพื่ออำนวยประโยชน์ แก่การประกอบธุรกิจ อุตสาหกรรมการเงินหรือเศรษฐกิจ
     3.ประสานความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทางวิชาการข่าวสารการค้า ตลอดจนทำการวิจัยเกี่ยวกับการ
ประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุประสงค์
4.ขอสถิติหรือเอกสาร หรือขอทราบ ข้อควมใด ๆ จากสมาชิกเกี่ยวกับดำเนินการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก ที่อยู่ในวัตถุประสงค์ทั้งนี้ด้วยความยินยอมของสมาชิก
5.ส่งเสริมคุณภาพของสินค้าและบริการ ที่สมาชิกเป็นผู้ผลิต หรือจำหน่ายให้เข้าสู่มาตรฐาน ที่ดีตลอดจนวิจัย และปรับปรุงการผลิตและการค้าให้ไ้ด้ผลดียิ่งขึ้น
6.ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการค้าอุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดในทางเศรษฐกิจอันอยู่ในวัตถุประสงค์ให้อยู่ในมาตรฐานที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ
7.ส่งเสริมการผลิตเพื่อให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศ
8.ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติเพื่อให้การประกอบวิสาหกิจของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย
9.ส่งเสริมพาลานามัย กีฬา และจัดงานบันเทิงเป็นครั้งคราว
10.ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิกหรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ
11.ให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิกในด้านงานสวัสดิการเท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตาม มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า
พ.ศ. 2509
12.ไม่ประกอบกิจการค้าหรือไม่ดำเนินการทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ
ข้อ 5. ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
     (1) สมาชิกสามัญ
     (2) สมาชิกวิสามัญ
     (3) สมาชิกสมทบ สมาชิกกิตติมศักดิ์
ข้อ 6. คุณสมบัติของสมาชิก
1.สมาชิกสามัญ (1) ได้แก่ สมาชิกสามัญเดิมที่เป็นสมาชิกก่อตั้งก่อนปี 2552 หรืออู่ต่อเรือ/ซ่อมเรือที่เป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้น
ไป ที่มีขีดความสามารถในการต่อเรือ/ซ่อมเรือ ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ขนาดตั้งแต่ 2,000 DWT. ขึ้นไป
2.สมาชิกวิสามัญ (2) ได้แก่อู่ต่อเรือ/ซ่อมเรือ ที่เป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป และมีขีดความสามารถในการต่อเรือ / ซ่อมเรือ
ที่ไม่เข้าตามเกณฑ์สมาชิกสามัญ (1)
3.สมาชิกวิสามัญ ได้แก่บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือสถาบัน ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมายซึ่งประกอบวิสาหกิจทางการค้า
ที่เกี่ยวเนื่องกับการต่อเรือและซ่อมเรือ รวมทั้งการสร้างแท่นขุดเจาะในทะเลหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่ดำเนินกิจการในลักษณะเดียวกัน
4 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิในวงการอุตสาหกรรมการต่อเรือ/ซ่อมเรือ หรือนิติบคุคคลที่ปฏิบัติการจนมีชื่อเสียงมีอุปการคุณต่อ
อุตสาหกรรมหรือวงการต่อเรือ และหรือก่อประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นส่วนรวม หรือบุคคลที่มีอุปการคุณต่อ สมาคมฯ โดยมติ
ิคณะกรรมการสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคม และบุคคลดังกล่าวได้
ตอบรับคำเชิญของสมาคม
5.สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ซึ่งจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย
ข้อ 7. คุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นสมาชิก 
     นอกจากมีคุณสมบัติตามกำหนดไว้ในข้อ 6 แล้วผู้จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยังจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้ คือ
     ( 1 )เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
     ( 2 )ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลที่ไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
     ( 3 )ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท ทั้งนี้เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันจากการคณะกรรมการของสมาคมเป็นกรณีพิเศษ
     ( 4 )ไม่เป็นโรคอันพึงระเกียจแก่สังคม
     ( 5 )เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร
     ( 5 )เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก 
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญ ของสมาคมฯ จะต้องยื่นความจำนง
ต่อเลขาธิการสมาคม หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคมฯ ตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไวโดยมีสมาชิกสามัญของสมาชิกสมาคมเป็นผู้รับรองอย่างน้อย 2 คน
ข้อ 9. การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก 
ให้เลขาธิการการสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้า ที่แทนเลขาธิการสมาคมนำ
ไปสมัครต่อที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมในคราวต่อไปครั้งแรกหลัง จากที่ได้รับสมัครเมื่อคณะกรรมการของสมาคมฯ
มีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคมฯ มีหนังสือ
แจ้งให้ผู้สมัครผู้นั้นทราบสมัครที่ปรากฏอยู่ในใบสมัคร ในกรณีที่มีมติให้รับผู้สมัครจะต้องชำระค่าลงทะเบียนู้ เข้าเป็นสมาชิก
และค่าบำรุงสมาคมฯภายในกำหนด 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้ภายในกำหนดเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้ลงมติหนังสือ
แจ้งดังกล่าวในวรรคแรกจะต้องจัด ส่งเป็นจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของผูู้้สมัครที่ปรากฏอยู่ในใบสมัคร ใน
กรณีที่มีมติให้รับผู้สมัครจะต้องชำระค่าลงทะเบียน เข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคมฯ ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้ รับหนังสือนี้
ข้อ 10. วันเริ่มสมาชิกภาพ 
ภายใต้บังคับ แห่งความข้อ 9 วรรคท้าย สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็น
สมาชิกและค่าบำรุงสมาคมเรียบร้อยแล้ว
ข้อ 11. สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล 
สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลจะต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งจะต้องเป็นบุคคลธรรมดา ที่มีอำนาจกระทำการแทน
นิติบุคคลนั้นได้ 1 คน เพื่อปฏิบัติกิจการในหน้าที่และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น ในการนี้ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำแทน หรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้
ข้อ 12. การขาดสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงในกรณี ดังต่อไปนี้
1.ตาย (เว้น แต่ผู้แทนสมาชิกตามข้อ 11 ตาย) หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
2.ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 แล้วแต่กรณี
3.ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคม และได้ชำระหนี้สินค้างชำระแก่สมาชิกเรียบร้อยแล้ว
4.ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุึึคคลล้มละลาย
5.ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
6.ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นกรณีเป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่กำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดที่กระทำโดยประมาท
7.คณะกรรมการของสมาคมมีมติให้ลบชื่ออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดด้วยเหตุเหตุใด ดังต่อไปนี้
(1)เจตนากระทำการใด ๆ ที่ทำให้สมาคมเสียชื่อเสียง
(2)เจตนาละเมิดข้อบังคับ
(3)ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาชิกสมาคมเกินกว่า 1 ปี โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร 
8.สมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพแล้ว หากมีความประสงค์ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่จะต้องชำระเงินค่าบำรุงสมาคมที่ค้างไว้ให้
เรียบร้อยและจะต้องเว้นระยะจากการขาดจากสมาชิกภาพเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันสิ้นสุดการเป็นสมาชิกภาพ
ข้อ 13. ทะเบียนสมาชิก
ให้นายทะเบียนสมาคมจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคมโดยมีรายการตามมาตรา 26
แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509ได้กำหนดไว้

หมวดที่ 4 ค่าลงทะเบียนเข้เป็นสมาชิก และค่าบำรุงสมาคมประจำปี ข้อ
14. ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
 
กรณีสมัครเป็นสมาชิกระหว่างปีในช่วง
ประเภทสมาชิก
ค่าบำรุงต่อปี

ค่าลงทะเบียน
(แรกเข้า
)

มค.-มีค.
เมย.-มิย.
กค.-กย.
ตค.-ธค.
สามัญทุนจดทะเบียน
มากกว่า 100 ล้านบาท
40.000
10,000
40.000
30.000
20.000
10.000
สามัญทุนจดทะเบียน
มากกว่า 50-100 ล้านบาท
30.000
10,000
30.000
22,500
15,000
75,00
สามัญทุนจดทะเบียน
มากว่า 10-50 ล้านบาท
20.000
10,000
20.000
15,000
10,000
5,000
สามัญทุนจดทะเบียนน้อยกว่า
10 ล้านบาท
10,000
10,000
10,000
75,00
5,000
2,500
วิสามัญ
10,000
5,000
10,000
7,500
5,000
2,500
สมทบ
3,000
2,000
3,000
2,250
1,500
750
ข้อ 15. ค่าบำรุงพิเศษ 
ที่ประชุมใหญ่สมาชิกอาจลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดให้กำหนด
้โครงการหรืองานอย่างใดอย่างหนึ่งที่สมาคมจะจัดทำอันอยู่ในวัตถุของสมาคมฯ และมอบหมายให้คณะกรรมการของสมาคมฯ ลงมติ
กำหนดอัตราเงินเรียกเก็บจากสมาชิกเป็นคราว ๆ เพื่อการนั้นก็ได้
หมวดที่ 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อ 16.  สิทธิของสมาชิก

1.ได้รับความช่วยเหลือและการส่งเคราะห์เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
2.เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการของสมาคมในเรื่องใด ๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ 
เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรื่องของสมาคม
3.ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคม หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่
แทนเลขาธิการสมาคม
4.เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการ เสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือในการประชุม
ใหญ่วิสามัญ
5.มีสิทธิประดับเครื่องหมายสมาคม
6.สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ หรือใน
การรับเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคม
ข้อ 17.  หน้าที่ของสมาชิก
1.ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ และมติ ของคณะกรรมการของสมาคมโดยเคร่งครัด
2.ดำรงรักษาเกียรติและและผลประโยชน์ที่ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม
3.ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่ เสมอ
4.ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
5.สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนแปลงนาม นามสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายสำนักงานเปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจเลิกประกอบวิสาหกิจ
หรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือภายในกำหนดเวลา 7 วันนับแต่ วันที่เปลี่ยนแปลง
หมวดที่ 6 คณะกรรมการของสมาคมฯ
ข้อ 18. การเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคมฯ
ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารของสมาคมฯ และเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกประกอบ
ด้วยสมาชิกสามัญ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ประจำปี มีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คนเว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้นๆ จะมีมติ
เป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำโดย วิธีให้สมาชิกวิสามัญหรือสมาชิกวิสามัญเสนอนามของสมาชิกสามัญซึ่งตน
ประสงค์จะให้เข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญและหรือสมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิกกิตติมศักดิ์
รับรองไม่น้อยกว่า 3 คน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งผู้ได้รับ คะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการเท่าหรือไม่น้อยกว่า
จำนวนที่กำหนด ไว้ในวรรคแรกและ ตามมติที่ประชุมครั้งนั้น ๆ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ลำดับที่จะได้เป็นกรรมการคราวนี้ให้ที่
ประชุมใหญ่ลงมติใหม่ เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกก็ให้ ใช้วิธีจับฉลากให้คณะกรรมการของ
สมาคมเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมคม 1 คน อุปนายกสมาคมเลขาธิการสมาคม เหรัญญิกสมาคมฯ นายทะเบียน
สมาคมฯ ประชาสัมพันธ์ สมาคม และปฎิคมสมาคม ตำแหน่งละ 1คน หรือมากกว่านั้น และตำแหน่งอื่น ๆ ที่จะกำหนดหน้าที่ตาม
ที่เห็นสมควรคณะกรรมการของสมาคมให้มีสภาพกรรมการอยู่ได้คราวละ 2 ปี ภายใต้ข้อบังคับแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า
พ.ศ.2509 19 หรือ มาตรา 33 กรรมการที่พ้นจากสภาพกรรมการไปแล้วอาจได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการอีกได้
ข้อ 19. การพ้นสภาพกรรมการ กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณี ดังต่อไปนี้
1.ครบกำหนดออกตามวาระ
2.ลาออกโดยคณะกรรมการของการของสมาคมได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออก เฉพาะตำแหน่งในข้อ 18 วรรคสาม
3.พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล
4.ขาดจากสมาชิกภาพ
5.ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ
6.เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระพาณิชย์สั่งออก ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509
ในกรณีที่ผู้แทนของสมาชิกซึ่งเป็นนิติบุคคลตามข้อ 11 ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการตาย หรือพ้นจากตำแหน่งผู้แทนสมาชิกรายนั้น
ผู้แทนคนใหม่ของสมาชิกรายนั้นจะเข้ามาแทนที่เป็นกรรมการแทนก็ได้
ข้อ 20. กรณีที่กรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนครบกำหนดออกวาระ
ในกรณีกรรมการพ้นจากสภาพกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการของสมาคมฯ อาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้เพียงเท่ากำหนด
เวลาที่ตอบแทน
ข้อ 21. องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการของสมาคมฯ
การประชุมของคณะกรรมการของสมาคมฯ จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งของจำนวนกรรมการท้งหมด จึึงจะมีจำนวนกรรมการ
ทั้งหมด จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม นอกจากว่าในขณะที่มีการประชุมกรรมการของสมาคมฯ ครั้งนั้นฯ จะีมีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมฯ
น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดในกรณีที่มีจำนวนการรมการในคณะกรรมการของสมาคมฯ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่มีอยู่ย่อมทำกิจการได้
เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนเป็นกรรมการแทนเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่เท่านั้นจะทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น
ข้อ 22. มติของที่มีประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ
นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ใ้ห้ถือเอาคะุแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่
ประชุมออกเสียง เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงชี้ขาดในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ ลงมติอันเป็นการผาผืนกฏหมาย และหรือ
ข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามติอันเป็นการฝาฝืนกฏหมาย
ข้อ 23. ประธานที่ประชุม
ให้นายกสมาคมฯ เป็นประธานที่ประชุม ถ้านายกสมาคมฯ ไม่อาจปฏิบัติได้ให้อุปนายกสมาคมฯ ปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมฯ
และอุปนายกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น
ข้อ 24. การประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ
ให้มีการประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ อย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง อนึ่งในกรณีที่จำเป็น นายกสมาคมฯ หรือกรรมการรวมกัน
ไม่น้อยกว่า 5 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้
ข้อ 25. การรับมอบหมายงานของคณะกรรมการของสมาคมฯ
เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมชุดใหม่แต่ละครั้ง ในกรณีครบวาระหรือคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะกรรมการของสมาคมฯ ชุดใหม่
ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ารับมอบงานจากคณะกรรมการของสมาคมฯ ชุดเดิมภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่ไ้ด้รับเลือกตั้ง และการส่งมอบ นี้
จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 26. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการของสมาคม ให้กรรมการของสมาคมฯ มีอำนาจและหน้าที่ดั้งนี้
1.จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม
2.เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมการของสมาคมฯ
3.วางระเบียบการในการปฏิบัติของสมาคม
4.ว่าจ้าง แต่งตั้ง ถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการของสมาคมฯ อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานทั้งปวง เพื่อให้การดำเนินงานของ
สมาคมฯ เป็นไปโดยเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการของสมาคมฯ
ข้อ 27. อำนาจหน้าที่กรรมการของสมาคมในตำแหน่งต่าง ๆ อำนาจหน้าที่ของกรรมการสมาคมในตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้
1.นายกสมาคมฯ มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามขอบังคับและระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมฯ เป็นผู้แทนของ
สมาคมฯ ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของสมาคมฯ ตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก
2.อุปนายกสมาคมฯ มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคมฯ และเป็นผู้ทำการแทน
นายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
3.เหรัญญิกสมาชิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินสมาคม ทำบัญชีการเงิน เก็บรักษาและจ่ายพัสดุของสมาคมฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ
ตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ จะได้รับมอบหมาย
4.นายทะเบียนสมาคมฯ มีหน้าที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆอันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคมฯ ตลอดจน
ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ จะได้รับมอบหมาย
5.ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการโฆษณาเชิญชวนหาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานด้านต่าง ๆ ของสมาคมฯตลอดจน
ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ จะได้มอบหมาย
6.เลขาธิการสมาคมฯ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคมฯ เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการของ
สมาคมฯ และที่ประชุมใหญ่ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ จะได้มอบหมาย
7.ปฏิคมสมาคมฯ มีหน้าที่ต้อนรับรักษาสำนักงานของสมาคมฯ รักษาความสงบเรียบร้อยของสถานที่ รักษาสมุดเยี่ยม จัดสถานที่ประชุม
ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมฯ จะได้มอบหมาย
ข้อ 28. ภายใต้ข้อบังคับแห่งความในหมวดที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวดที่ 7 การประชุมใหญ่
ข้อ 29.การประชุมใหญ่การประชุมใหญ่ให้หมายถึง การประชุมสมาชิกของสมาคมฯ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือ การประชุมใหญ่ที่จะต้องให้มีขึ้นครึ่งหนึ่งทุกระยะเวลาสิบสองเดือน
2.การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆ บรรดามี นอกจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมสมาชิกประจำเดือน
ข้อ 30.กำหนดการประชุมใหญ่ กำหนดการประชุมใหญ่ มีดั้งนี้
1.ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปีและไม่เกิน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีการบัญชีของสมาคมฯ
2.ถ้ามีเหตุอันใดอันหนึ่งซึ่งคณะกรรมการของสมาคมมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
แสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญโดยทำคำร้อง ขอเป็นลายลักษณ์ อักษรยื่นต่อเลขาธิการสมาคมฯ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทน
เลขาธิการสมาคมฯ ให้คณะกรรมการของสมาคมนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ
ข้อ 31.การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม
คณะกรรมการของสมาคมจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึง วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ
โดยส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนหรือส่งให้ถึงตัว สมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า
7 วัน
ข้อ 32.องค์ประชุมในการประชุมใหญ่
ในการประชุมใหญ่ของสมาคมจะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม
ข้อ 33.กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม
การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุม วันและเวลาใดหากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้ว 1 ชั่วโมง ยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม
ถ้าองค์ประชุมใหญคราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอให้เลิกประชุมถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป
และให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุมวัน เวลาและสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรกในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อ 34.ประธานในที่ประชุม
ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ อุปนายกสมาคมทำหน้าที่แทนถ้าทั้งนายกสมาคมฯ
และอุปนายกสมาคมฯ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าและไม่มีกรรมการ
อยู่ในี่
ที่ประชุมเลยก็ให้ทประชุมเลือกตั้งสมาชิกสามัญคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะการประชุมคราวนั้น
ข้อ 35.วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนและสมาชิกสามัญคนหนึ่ง ๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียงการออกเสียงในที่ประชุมใหญ่
ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ
1.โดยวิธีเปิดเผยให้ใช้วิธีชูมือ
2.โดยวิธีลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน และจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการของสมาคมฯ เห็นสมควร หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่ง
หนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอ
ข้อ 36.มติขององค์ประชุมใหญ่
นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก เป็นมติของมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้
ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 37.กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีดังนี้
1.รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
2.พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี
3.พิจารณาอนุมัติงบดุล
4.เลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม (ในปีที่ครบกำหนด)
5.เลือกตั้งที่ปรึกษากฎหมายของสมาคมประจำปี ผู้สอบบัญชีของสมาคมประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน
6.เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้อ 38.กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ
กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญนั้นได้แก่ การที่จะกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่ แต่ไม่อาจ หรือมีเหตุทำให้
ไ่ม่สามารถจัดทำได้ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ข้อ 39.กิจการอันพึงกระทำในการประชุมประจำเดือน
กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือนนั้น ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไปของสมาคมฯ นอกจากกิจการ
ที่จำเป็นจะต้องกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ
หมวดที่ 8
การเงิน และการบัญชีของสมาคมฯ
ข้อ 40.การจัดทำงบดุล
ให้คณะกรรมการของสมาคมจัดทำงบดุลปีละหนึ่งครั้ง แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนพฤษภาคมของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจ
สอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อ 41.ปีการบัญชี
ให้ถือเอาวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีการบัญชีของสมาคม
ข้อ 42.อำนาจของผู้สอบบัญชี
ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคมฯ และมีสิทธิสอบถาม
กรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าวในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้อง
ช่วยเหลือ และให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการตรวจสอบเช่นว่านั้น
ข้อ 43.การเก็บรักษาสมุทบัญชี และเอกสารการเงิน
สมุดบัญชีและเอกสารการเงินของสมาคมฯ จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมฯ และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ
ของเหรัญญิกสมาคมฯ
หมวดที่ 9
การเงิน และการบัญชีของสมาคมฯ
ข้อ 44.การเงินของสมาคมฯ
ให้มีเงินทอรองจ่างเกี่ยวกับกิจการของสมาคมฯ ไม่เกินวงเงิน 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ในการนี้เหรัญญิกสมาคมฯ เป็นผู้รับ
ผิดชอบ และเก็บรักษาตัวเิงิน
ข้อ 45.การจ่ายเงินของสมาคมฯ
ในการจ่ายเงินของสมาคมครั้งละเกินกว่า 20,000.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมฯ
ทุกครั้งไปให้นายกสมาคมฯ อุปนายกสมาคม หรือเลขาธิการสมาคมฯ คนใดคนหนึ่งมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยวกับกิจการของสมาคมฯ ได้ครั้งละไม่เกิน20,000.- บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
หมวดที่ 10
การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคมฯ และการชำระบัญชี
ข้อ 46.การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอน หรือเพิ่มเติมข้อบังคับ 
ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนเพิ่มเติมได้ก็แต่จะกระทำโดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม
ข้อ 47.การเลิกสมาคมฯ สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
     1.เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
     2.เมื่อล้มละลาย
     3.เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509
ข้อ 48.การชำระบัญชี
เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ47การชำระบัญชีของสมาคมฯ ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ
สมาคมการค้าพ.ศ.2509 มาใช้บังคับ
ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 47.3 ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไป
ตามข้อ 47.3 ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของสมาคมชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคม
การค้าประจำกรุงเทพฯ เป็นผู้ชำระบัญชี
หากมีทรัพย์สินของสมาคมจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคลในประเทศไทยวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด
หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่
หมวดที่ 11
บทเฉพาะกาล
ข้อ 49.
เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพฯได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้วให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง..................คน
ทำหน้าที่คณะกรรมการของสมาคมจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคมตามข้อบังคับนี้ซึ่งจะต้องจัดใหม่ขึ้นภายในกำหนด
เวลา 120 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้วภายใต้บังคับแห่งความในวรรคแรก กรณีที่การประชุมใหญ่เลือกตั้งคณะกรรมการคณะกรรมการ
ของสมาคมชุดแรกในช่วงเวลาน้อยกว่า 13 เดือน นับแต่วันสิ้นปีการบัญชีของสมาคมเป็นวันตั้งคำนวณเวลาวาระกรรมการตามข้อ 18 วรรคที่
ข้อ 50.
เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับ 8 ให้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง..............คน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ
ข้อ 51.
ให้ใช้ข้อบังคับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพฯได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าเป็นต้นไป
 
spaceim
Thai Shipbuilding And Repairing Association 96/67-68, M.9, RAMA 2 Soi 30 Km. 3, Thonburi-Parkthor, Bangmod, Jomthong,
Bangkok 10150 Thailand Tel: 0-2452-1266, 0-2840-2110 Fax: 0-2452-1267 Email: thaiship_tsba@yahoo.com